
เปิดมิติใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้า: Mercedes-Benz EQE SUV ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมเติมเต็มไลน์อัพสู่ทุกกลุ่มลูกค้าภายในปี 2025
ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่หยุดยั้ง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน และนับเป็นเรื่องที่น่าจับตาอย่างยิ่งเมื่อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังคงย้ำวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ในการเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการ เติมเต็มไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้า EQ ให้ครบทุกเซกเมนต์ภายในปี 2025 ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการประกาศเจตนารมณ์ แต่เป็นการลงมือทำจริงอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz EQE 350 4MATIC SUV อีก 2 รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม SUV พลังงานไฟฟ้าของแบรนด์ ให้ครอบคลุมทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย
หลังจากที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากการเปิดตัวรุ่น “EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic” ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้สานต่อความสำเร็จด้วยการนำเสนอ EQE 350 4MATIC SUV Electric Art ในฐานะรุ่นเริ่มต้น และ EQE 350 4MATIC SUV AMG Line ในฐานะรุ่นกลาง ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ผสานสมรรถนะที่ทรงพลัง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการออกแบบที่หรูหราสง่างาม อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์
ราคาและการวางตำแหน่งทางการตลาด: สร้างความคุ้มค่าในระดับพรีเมียม
การนำเสนอ Mercedes-Benz EQE SUV 2024 ในครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยได้กำหนดราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและความพรีเมียมของแบรนด์:
EQE 350 4MATIC SUV Electric Art (รุ่นเริ่มต้น): เปิดตัวที่ราคา 4,850,000 บาท ราคานี้ถือเป็นการเปิดประตูสู่โลกแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ความหรูหราและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในราคาที่สมเหตุสมผล
EQE 350 4MATIC SUV AMG Line (รุ่นกลาง): วางจำหน่ายในราคา 5,300,000 บาท ราคานี้สะท้อนถึงการเพิ่มออปชันและชุดแต่งที่เน้นความสปอร์ตและความหรูหรามากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีทั้งสมรรถนะและความโดดเด่น
การมีตัวเลือกที่หลากหลายเช่นนี้ ช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น ครอบคลุมทั้งผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้หลากหลายในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่บ่งบอกถึงสไตล์และสมรรถนะที่เหนือกว่า
เอกลักษณ์แห่งการออกแบบ: สุนทรียภาพที่สะท้อนตัวตน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตระหนักดีว่าการออกแบบคือหัวใจสำคัญที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ และใน Mercedes-Benz EQE SUV ทั้งสองรุ่นย่อยนี้ ก็ได้นำเสนอเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA ของแบรนด์อย่างสมบูรณ์
รุ่น Electric Art:
สำหรับ EQE 350 4MATIC SUV Electric Art ได้รับการตกแต่งด้วยชุดแต่ง Electric Art Exterior Package ที่เน้นความเรียบหรู สง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัย เส้นสายของตัวรถมีความลื่นไหล โดดเด่นด้วย ไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่ให้แสงสีขาวนวลสม่ำเสมอ และมาพร้อมระบบ Adaptive Highbeam Assist ช่วยปรับระดับไฟสูงอัตโนมัติเพื่อทัศนวิสัยที่ดีที่สุดในทุกสภาวะการขับขี่ ล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ตแบบ 5 ก้าน ขนาด 20 นิ้ว ยิ่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของรถดูสง่างามยิ่งขึ้น
ในส่วนของสีตัวถัง EQE 350 4MATIC SUV Electric Art มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีขาว (Polar White) สีดำ (Obsidian Black) และสีเทา (Selenite Grey) ซึ่งเป็นสีที่คลาสสิกและเป็นที่นิยม สะท้อนความเรียบหรู ดูดีมีระดับ
รุ่น AMG Line:
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ต ดุดัน และความเหนือระดับ EQE 350 4MATIC SUV AMG Line มาพร้อมกับชุดแต่ง AMG Exterior Package ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร้าใจในการมองเห็น ชุดไฟหน้า DIGITAL LIGHT เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างแท้จริง ด้วยความละเอียดสูงถึง 1.3 ล้านพิกเซลต่อโคม สามารถฉายภาพสัญลักษณ์หรือคำเตือนลงบนพื้นถนนได้ พร้อมระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus ที่ให้ความสว่างไกลถึง 650 เมตร มอบทัศนวิสัยที่เหนือกว่าใคร ล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว เสริมความแข็งแกร่งและบุคลิกที่ทรงพลัง
EQE 350 4MATIC SUV AMG Line มีสีตัวถังให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีขาว (Polar White) สีดำ (Obsidian Black) สีเทา (Selenite Grey) สีเงิน (High-tech Silver) และสีเขียว (Emerald Green) โดยเฉพาะสีเขียว Emerald Green ที่เพิ่มความโดดเด่นและสะท้อนถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากความสวยงามภายนอกแล้ว ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่เพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น ระบบช่วงล่างแบบ Comfort suspension เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล ระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติแบบ HANDS-FREE ACCESS ระบบกุญแจ KEYLESS-GO และมือจับประตูแบบ Seamless door handles ที่เก็บซ่อนไว้ในตัวถัง เพิ่มความเรียบหรูและหลักอากาศพลศาสตร์
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งอนาคตและความหรูหรา
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz EQE SUV คุณจะพบกับโลกแห่งอนาคตที่ผสานความหรูหราสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
รุ่น Electric Art:
ภายในห้องโดยสารของ EQE 350 4MATIC SUV Electric Art ตกแต่งด้วยสไตล์ Electric Art interior ที่เน้นความโปร่งโล่ง สะดวกสบาย วัสดุตกแต่ง Laser-cut backlit trim with Mercedes-Benz pattern เพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับแผงคอนโซล เบาะนั่งแบบ Comfort Seats มอบความผ่อนคลายในการเดินทางไกล พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มหนัง ให้การควบคุมที่ถนัดมือ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางแบบ OLED ขนาด 12.8 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงผลข้อมูลต่างๆ ได้อย่างคมชัด
รุ่น AMG Line:
สำหรับ EQE 350 4MATIC SUV AMG Line ยกระดับความหรูหราและสปอร์ตไปอีกขั้น ด้วยการตกแต่งภายในห้องโดยสารแบบ AMG interior เบาะนั่งแบบ Sport Seats โอบกระชับสรีระ ให้ความรู้สึกสปอร์ตในการขับขี่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa มอบสัมผัสที่พรีเมียมยิ่งขึ้น แต่ไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สุดคือ MBUX Hyperscreen ที่รวมหน้าจอแสดงผลเข้าไว้ด้วยกันเป็นแผงเดียวขนาดใหญ่กว่า 56 นิ้ว มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แบ่งการแสดงผลออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Driver display 12.3 นิ้ว, Central Display 17.7 นิ้ว และ Co-driver display 12.3 นิ้ว ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงได้อย่างเต็มที่
ขุมพลังแห่งอนาคต: สมรรถนะที่ทรงพลังและยั่งยืน
หัวใจหลักของ Mercedes-Benz EQE 350 4MATIC SUV คือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบทั้งพละกำลัง ความเงียบ และประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน
ทั้งรุ่น Electric Art และ AMG Line ใช้ขุมพลังจาก มอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) ซึ่งติดตั้งบริเวณเพลาขับหน้าและหลัง มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 292 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 765 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 6.6 วินาที แสดงให้เห็นถึงอัตราเร่งที่ทันใจ ตอบสนองต่อการเหยียบคันเร่งได้อย่างฉับไว
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง 396V ที่มีความจุมากถึง 89 kWh ช่วยให้รถยนต์สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 558 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางข้ามจังหวัด หรือแม้แต่การเดินทางท่องเที่ยว
เทคโนโลยีการชาร์จที่สะดวกสบาย:
เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง EQE 350 4MATIC SUV รองรับการชาร์จทั้งแบบ DC และ AC:
DC Charge: รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 170 kWh ทำให้สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 32 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมพลังอย่างรวดเร็วระหว่างการเดินทาง
AC Charge: รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 30 นาที ในการชาร์จจนเต็ม 100% เหมาะสำหรับการชาร์จข้ามคืนที่บ้านหรือที่ทำงาน
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: ปรับได้ตามทุกสถานการณ์
Mercedes-Benz EQE SUV มาพร้อมกับระบบ DYNAMIC SELECT ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น:
ECO: โหมดประหยัดพลังงานสูงสุด เน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
COMFORT: โหมดที่ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความสบายในการขับขี่
SPORT: โหมดที่มอบอัตราเร่งและการตอบสนองที่ฉับไว ให้ความรู้สึกสปอร์ต
INDIVIDUAL: โหมดที่ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าลักษณะการขับขี่ได้ตามความต้องการส่วนตัว
สำหรับผู้ที่รักการผจญภัย EQE 350 4MATIC SUV ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่แบบ OFFROAD ที่ทำงานร่วมกับหน้าจอแสดงผล MBUX off-road screen และหน้าจอ instrument cluster ในโหมด “off-road” ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมภายนอกรถได้อย่างครบถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น รุ่น EQE 350 4MATIC SUV AMG Line ยังติดตั้งเทคโนโลยี Transparent bonnet ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพจริงบริเวณใต้ท้องรถด้านหน้า เปรียบเสมือนมีกล้องส่องทางไกลพิเศษ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ผ่านเส้นทางที่ขรุขระหรือมีสิ่งกีดขวาง
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: เหนือระดับเพื่อความอุ่นใจ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ EQE 350 4MATIC SUV ทั้งสองรุ่นย่อย จึงมาพร้อมกับฟังก์ชันที่หลากหลาย อาทิ:
การเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด: รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผ่าน Apple CarPlay™ & Android Auto™ พร้อมอุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ 5G สำหรับบริการ Mercedes me connect ที่ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการติดต่อและการเข้าถึงข้อมูล
ระบบนำทางอัจฉริยะ: ระบบแผนที่นำทางแบบ Hard-disc navigation พร้อมแผนที่แบบ 3 มิติ และระบบตรวจสอบสภาพการจราจรแบบ Live Traffic Information ช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ
ความสะดวกสบาย: ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC ระบบชาร์จแบบไร้สาย Wireless charging บริเวณที่นั่งด้านหน้า และระบบไฟ Ambient light กว่า 64 เฉดสีที่สามารถปรับแต่งได้ตามอารมณ์
ในด้านความปลอดภัย Mercedes-Benz EQE SUV ได้ติดตั้งระบบช่วยเหลืออัตโนมัติที่ทันสมัย เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร:
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electric Stability Program): ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวของรถ
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD-Start Assist: ระบบเบรกที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST: แจ้งเตือนเมื่อตรวจจับความผิดปกติของพฤติกรรมการขับขี่
ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร: ช่วยให้รถอยู่ในเลนที่ถูกต้อง
ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ: เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนทางหลวง
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system: ระบบที่เตรียมความพร้อมของรถยนต์และผู้โดยสารเมื่อคาดการณ์ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ
อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย:
การเปิดตัว Mercedes-Benz EQE 350 4MATIC SUV ทั้งสองรุ่นย่อยนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอย่างแท้จริง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี การออกแบบ และความยั่งยืน การขยายไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง จนครบทุกเซกเมนต์ภายในปี 2025 จะยิ่งทำให้ผู้บริโภคชาวไทยมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นในการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม Mercedes-Benz EQE 350 4MATIC SUV คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศ เพื่อค้นพบรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ.