
BMW i5: นิยามใหม่แห่งความหรูหรา พรีเมียม สู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าในไทย
ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก แบรนด์รถยนต์ระดับโลกอย่าง BMW ได้ก้าวเข้ามาตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยการเปิดตัว BMW i5 รถยนต์ซีดานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ที่ไม่เพียงแต่ต่อยอดตำนานความสำเร็จของซีรีส์ 5 อันเป็นที่ยอมรับทั่วโลก แต่ยังเป็นการพลิกโฉมนิยามของยนตรกรรมไฟฟ้าในเซ็กเมนต์หรูอย่างแท้จริง การเข้ามาของ BMW i5 ในประเทศไทยครั้งนี้ นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจถึงสองรุ่น คือ BMW i5 eDrive40 M Sport และ BMW i5 M60 xDrive ซึ่งแต่ละรุ่นสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ BMW ในการผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความสะดวกสบายระดับสูงสุด และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย โดยมีเป้าหมายในการมอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเปิดตัว BMW i5 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ที่ผู้บริโภคระดับสูงมองหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสุดยอดนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความหรูหรา โดยไม่ต้องประนีประนอมกับความรู้สึกในการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW
BMW i5: การผสมผสานอันสมบูรณ์แบบระหว่างตำนานและความล้ำสมัย
BMW i5 คือการนำพารถซีดานหรูระดับตำนานจากตระกูลซีรีส์ 5 ซึ่งเป็นที่รู้จักมายาวนานในด้านสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ และการออกแบบที่สง่างาม ให้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มภาคภูมิ โดยที่ยังคงรักษาแก่นแท้ของความเป็นซีรีส์ 5 ไว้อย่างครบถ้วน การผสานสมรรถนะอันสปอร์ตเร้าใจเข้ากับความหรูหราสง่างามสำหรับผู้บริหาร ถูกถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยี BMW eDrive รุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอันทรงพลังและความประหยัดของรถยนต์ไฟฟ้า BMW นอกจากนี้ ยังเต็มไปด้วยนวัตกรรมดิจิทัลมากมายที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และโดยสารให้ดียิ่งขึ้น ทั้งพละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าอันไร้ขีดจำกัด ความสะดวกสบายที่หาได้ยาก และรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโอ่อ่า สง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยความปราดเปรียวที่พร้อมทะยานไปบนทุกเส้นทาง
ราคาและรุ่นของ BMW i5 ที่พร้อมให้สัมผัสในประเทศไทย:
BMW ประเทศไทย ได้ประกาศราคาจำหน่ายสำหรับ BMW i5 พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard นาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ครอบครอง
BMW i5 eDrive40 M Sport: ราคาเริ่มต้นที่ 4,999,000 บาท
BMW i5 M60 xDrive: ราคาเริ่มต้นที่ 5,599,000 บาท
ราคาเหล่านี้สะท้อนถึงความคุ้มค่าเมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และความหรูหราที่ BMW i5 นำเสนอ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในยนตรกรรมแห่งอนาคต
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่แฝงด้วยจิตวิญญาณ M
BMW i5 ใหม่ มาพร้อมกับงานออกแบบภายนอกที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของภาษาการออกแบบ BMW ได้อย่างชัดเจน ส่วนด้านหน้ามีการปรับปรุงกระจังหน้าทรงไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ให้ดูโดดเด่นและมีมิติมากขึ้น ด้วยรูปทรงที่ยื่นออกมาอย่างชัดเจนจากด้านหน้า ล้อมกรอบที่กว้างขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า เพิ่มความหรูหราด้วยระบบไฟ BMW Iconic Glow บริเวณกรอบกระจังหน้า ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานจะเปล่งประกายสีขาวนวล สร้างความประทับใจในทุกยามค่ำคืน
ชุดไฟหน้า LED ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความเฉียบคม ด้วยหลอด LED ที่จัดเรียงเป็นแถบในแนวตั้ง ทำหน้าที่ได้อย่างหลากหลาย ทั้งเป็นไฟเลี้ยวที่เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ที่มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม
เมื่อมองไปที่ด้านข้างของตัวรถ จะพบกับเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยว ทรงพลัง และมีความต่อเนื่อง แสดงถึงความปราดเปรียวของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น สเกิร์ตข้างสีดำเงา มือจับประตูที่เรียบสนิทไปกับพื้นผิวของประตูรถ สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ และยังเพิ่มความสปอร์ตหรูหราอย่างมีสไตล์ สัญลักษณ์ “5” ที่ประดับอยู่บนเสา C (B-pillar) ถือเป็นดีเทลที่บ่งบอกถึงความเป็นซีรีส์ 5 อย่างชัดเจน เสริมด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามาที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งสบายภายในห้องโดยสาร
ส่วนท้ายของ BMW i5 ก็ไม่น้อยหน้า มีการออกแบบที่เรียบหรู สะอาดตา แต่ยังคงไว้ซึ่งความทันสมัย ไฟท้าย LED ดีไซน์บางเฉียบที่วางตัวในแนวนอน ให้ความรู้สึกกว้างและมั่นคงบนท้องถนน
เอกลักษณ์ M Performance: ยกระดับความสปอร์ตให้ถึงขีดสุด
BMW i5 ใหม่ ทั้งสองรุ่น มาพร้อมกับชุดแต่ง M Sport Package ที่เติมเต็มความเข้มข้นในสไตล์ M Performance รอบคัน เพื่อยกระดับทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น
BMW i5 eDrive40 M Sport: มาพร้อมสปอยเลอร์หลังดีไซน์ M ที่มีสีเดียวกับตัวถัง เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและช่วยเสริมหลักอากาศพลศาสตร์ ชุดเบรกคาลิเปอร์สีน้ำเงินเข้ม Metallic (Dark Blue Metallic) ที่เป็นเอกลักษณ์ของ BMW M Performance ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเบรก
BMW i5 M60 xDrive: ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยสปอยเลอร์หลังสีดำเงา High-gloss (High-gloss Black) ที่ให้ความดุดันยิ่งขึ้น ชุดเบรกคาลิเปอร์สีแดง High-gloss (Red High-gloss) อันเป็นสัญลักษณ์ของสมรรถนะขั้นสูง และที่พิเศษสุดคือชุดแต่งไฟหน้า M Lights Shadow Line สีดำ ที่เสริมความเข้ม ดุดัน และบ่งบอกถึงความเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะ
ในส่วนของล้ออัลลอย BMW i5 มาพร้อมตัวเลือกที่หลากหลายและมีสไตล์โดดเด่น:
BMW i5 M60 xDrive: โดดเด่นด้วยล้ออัลลอย BMW Individual aerodynamic ขนาด 21 นิ้ว สีดำ Jet Black แบบสลับสี (bi-color) ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์และเสริมภาพลักษณ์ที่สปอร์ตหรูหรา
BMW i5 eDrive40 M Sport: มาพร้อมล้ออัลลอย M aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว สีเทาเข้ม Black Grey แบบสลับสี (bi-color) ที่ผสมผสานความสปอร์ตและสง่างามได้อย่างลงตัว
ขุมพลังไฟฟ้าที่น่าทึ่ง: สมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด
หัวใจสำคัญของ BMW i5 คือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบพละกำลังอันน่าทึ่ง และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
BMW i5 M60 xDrive: รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นนี้ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า BMW xDrive Electric ที่ใช้ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 442 กิโลวัตต์ (หรือ 601 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 795 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 820 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ M Sport Boost หรือ M Launch Control พละกำลังที่มหาศาลนี้ ส่งผลให้ BMW i5 M60 xDrive สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์)
พลังงานทั้งหมดมาจากชุดแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ มีความจุพลังงานสุทธิ 81.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ซึ่งทำให้ BMW i5 M60 xDrive สามารถเดินทางได้ไกลถึง 455-516 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure) หรือ 466 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) ซึ่งเพียงพอต่อการเดินทางไกลได้อย่างสบาย
BMW i5 eDrive40 M Sport: แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็มอบสมรรถนะที่ไม่ธรรมดา ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้พละกำลัง 250 กิโลวัตต์ (หรือ 340 แรงม้า) และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 430 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ Sport Boost หรือ Launch Control แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นชุดเดียวกับรุ่น i5 M60 xDrive ทำให้รุ่นนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 6 วินาที และมีระยะทางการขับขี่ที่น่าประทับใจถึง 497-582 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP หรือ 501 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC
เทคโนโลยีการชาร์จอันชาญฉลาด: เติมพลังให้ชีวิตอย่างรวดเร็ว
BMW i5 มาพร้อมกับเทคโนโลยีการชาร์จไฟฟ้าที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด หัวชาร์จแบบ Combined Charging Unit (CCU) รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) กำลังไฟสูงสุด 22 กิโลวัตต์ และการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) กำลังสูงสุดถึง 205 กิโลวัตต์ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ภายในระยะเวลาเพียงประมาณ 30 นาที (ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม) ช่วยลดระยะเวลาในการรอคอย และทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ประสบการณ์การขับขี่: สมดุลระหว่างความสปอร์ตและความสะดวกสบาย
BMW i5 ยังคงรักษาจุดเด่นของซีรีส์ 5 ในด้านการผสมผสานระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่สปอร์ตเร้าใจ และความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับการเดินทางทุกรูปแบบ การออกแบบตัวถังที่มีความกว้างมากขึ้น การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมบูรณ์แบบในอัตราส่วน 50:50 และโครงสร้างตัวถังที่ใช้วัสดุน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ทำให้ BMW i5 มีการควบคุมที่ยอดเยี่ยมและให้ความรู้สึกมั่นคง
ระบบช่วงล่างของ BMW i5 ทั้งสองรุ่น ได้รับการติดตั้งระบบ Adaptive Suspension Professional ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่และพื้นผิวถนนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ Integral Active Steering หรือระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังแบบ Integral Active Steering ซึ่งจะช่วยเสริมการควบคุมให้คล่องแคล่วขึ้นในความเร็วต่ำ และเพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความหรูหราและการใช้งานที่ง่ายดาย
BMW i5 นำเสนอห้องโดยสารที่ยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานดีไซน์ที่ทันสมัย วัสดุคุณภาพสูง และเทคโนโลยีที่ใช้งานง่าย
ความสปอร์ตสไตล์ M: ความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ M ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในห้องโดยสาร ด้วยพวงมาลัยหนังสไตล์ M ที่มาพร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุ CraftedClarity ที่ทำจากแก้วคริสตัล ซึ่งให้สัมผัสที่หรูหราและมีเอกลักษณ์ เบาะนั่งด้านหน้าแบบ Comfort พร้อมระบบปรับไฟฟ้า ช่วยมอบความสบายสูงสุดตลอดการเดินทาง
แสงสว่างและบรรยากาศ: ระบบไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสารที่สามารถปรับแต่งได้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่หลากหลายตามความต้องการ ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง และชุดอุปกรณ์ Travel & Comfort เพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราให้แก่ทุกการเดินทาง
การตกแต่งภายในที่แตกต่าง:
BMW i5 eDrive40 M Sport: มาพร้อมการตกแต่งภายในด้วยสี Dark Silver M ประดับด้วยขอบ Aluminium Rhombicle ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา สปอร์ต และมีความประณีต
BMW i5 M60 xDrive: ยกระดับความสปอร์ตด้วยการตกแต่งภายในด้วยสี Dark Silver M accent ผสมผสานเข้ากับวัสดุ Carbon Fibre ที่ให้ความรู้สึกถึงสมรรถนะขั้นสูง และขอบสี High-gloss Silver ที่เพิ่มความเงางามและทันสมัย
ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ:
ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารด้านหน้า และผู้โดยสารเบาะหลังทั้งสองด้าน จะได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่จากระบบปรับอากาศแบบแยกโซน สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความแรงลม และการระบายอากาศได้อย่างอิสระ ระบบตั้งโปรแกรมเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ 5 ระดับ พร้อมเซ็นเซอร์แสงอาทิตย์ด้านหลัง และระบบกรองฝุ่นละอองระดับนาโนพาร์ทิเคิล (nano particulate filters) ที่ช่วยฟอกอากาศภายในห้องโดยสารให้บริสุทธิ์ มอบประสบการณ์การเดินทางที่ผ่อนคลายและสดชื่นอยู่เสมอ
BMW Curved Display และระบบ iDrive 8.5: ศูนย์กลางแห่งการควบคุมและข้อมูล
ห้องโดยสารของ BMW i5 ถูกออกแบบมาโดยให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่เป็นหลัก ด้วย BMW Curved Display ซึ่งเป็นหน้าจอโค้งขนาดใหญ่ที่รวมเอาจอ Information Display ขนาด 12.3 นิ้ว และจอ Control Display ขนาด 14.9 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกัน แสดงผลข้อมูลต่างๆ ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม
ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.5 พร้อมฟีเจอร์ QuickSelect ช่วยให้การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็ว ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงเมนูต่างๆ ผ่านไอคอนที่จัดเรียงเป็นแถวแนวตั้งด้านข้างคนขับ ช่วยลดขั้นตอนการค้นหาและเปิดใช้งานฟังก์ชันที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การควบคุมทั้งหมดสามารถทำได้ผ่านหน้าจอสัมผัส, ปุ่มคำสั่งบนพวงมาลัย, หรืออุปกรณ์ควบคุม BMW iDrive Controller ที่บริเวณคอนโซลกลาง นอกจากนี้ แพ็คเกจ BMW Live Cockpit Professional ยังมาพร้อมกับจอแสดงผล BMW Head-Up Display และมุมมอง Augmented View ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน ทั้งในรูปแบบของหน้าจอแสดงผลหลัก หรือเป็นหน้าจอเสริมสำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่ (instrument cluster)
BMW Interaction Bar: สัมผัสประสบการณ์การควบคุมที่ล้ำสมัย
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจภายในห้องโดยสารคือแถบ BMW Interaction Bar ซึ่งเป็นแถบไฟ LED แบบสัมผัสที่มาพร้อมขอบคริสตัล วางตัวยาวต่อเนื่องตั้งแต่แผงคอนโซลกลางไปจนถึงแผงประตู ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้ถึง 6 รูปแบบการแสดงผลแสงสี ได้แก่ Personal, Efficient, Sport, Sport+, Expressive และ Relax เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ตรงกับอารมณ์และความต้องการในแต่ละช่วงเวลา
ระบบความบันเทิงเหนือระดับ: สุนทรียภาพทางเสียงที่หาใครเทียบได้
BMW i5 มอบประสบการณ์ด้านความบันเทิงที่เหนือชั้นให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร:
BMW i5 M60 xDrive: มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางจากแบรนด์ระดับโลก Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ซึ่งเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกใน BMW ซีรีส์ 5 ประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 17 ตัว กำลังขับรวม 655 วัตต์ พร้อมตัวปรับรูปแบบเสียง 7 แบนด์ และลำโพงซับวูฟเฟอร์เฉพาะที่ติดตั้งไว้ใต้ขอบโลหะบริเวณประตู มอบคุณภาพเสียงที่สมจริงและทรงพลัง
BMW i5 eDrive40 M Sport: มอบความบันเทิงเต็มรูปแบบด้วยระบบเสียง Harman Kardon Surround Sound System ที่ใช้ลำโพง 12 ตัว และแอมป์ดิจิตอล กำลังขับรวม 205 วัตต์ พร้อมความสามารถในการปรับแต่งรูปแบบเสียงให้ตรงตามความชอบ
แพลตฟอร์มเกมและความบันเทิงดิจิทัล:
ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8.5 ยังมาพร้อมกับแพลตฟอร์ม AirConsole ที่ช่วยยกระดับความสนุกสนานให้แก่ผู้โดยสาร ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเข้าถึงคอนเทนท์ดิจิทัลที่หลากหลาย ทั้งข้อมูลและความบันเทิง รวมถึงสามารถเล่นเกมผ่าน AirConsole ได้ในขณะที่รถจอดอยู่ ทำให้ช่วงเวลาที่รอการชาร์จแบตเตอรี่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
ระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูงสุด
BMW i5 มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครอบคลุม เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุด:
Driving Assistant Professional: ระบบนี้รวมเอาเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการขับขี่บนทางหลวงและในสภาพการจราจรที่ซับซ้อน อาทิ Steering and Lane Change Assist (ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและการเปลี่ยนเลน) และ Active Cruise Control with Stop & Go function (ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go) ที่สามารถทำงานได้ถึงความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Parking Assistant Plus: ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะที่ใช้กล้องรอบคันและเซ็นเซอร์อัลตราซาวน์ เพื่อช่วยผู้ขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น Parking Assistant, Reversing Assistant (ระบบช่วยถอยหลัง), Active Park Distance Control, Lateral Parking Aid และ Surround View ผู้ขับขี่สามารถดูสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 3 มิติได้ผ่านแอปพลิเคชัน My BMW
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชัน BMW Drive Recorder ซึ่งสามารถซื้อเพิ่มเติมได้จาก BMW ConnectedDrive Store เพื่อบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงจากกล้องรอบทิศทาง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
BMW i5: การลงทุนในอนาคตแห่งยนตรกรรม
BMW i5 ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่คือการประกาศศักดาของ BMW ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์หรู ที่สามารถผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคต ประสิทธิภาพอันไร้ขีดจำกัด และความหรูหราที่ไร้ที่ติ เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว การมาถึงของ BMW i5 ในประเทศไทย ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหายานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่านิยามเดิมๆ
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความก้าวหน้า และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต BMW i5 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม เชิญสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อค้นพบอนาคตของการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง